ทำความรู้จักโควิดสายพันธุ์น่าเป็นห่วงล่าสุด 2021

ข่าวคราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในนาทีนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องโควิดสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ที่เพิ่งรับการขึ้นทะเบียนโดย WHO ให้เป็นสายพันธุ์โควิดที่น่าเป็นห่วงต่อจากโควิดสายพันธุ์เดลตา ข้อมูลเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ อาการ และการแพร่กระจายเชื้อยังคงอยู่ในขั้นตอนการหาคำตอบ แต่จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยก็สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนได้ไม่น้อย

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับไวรัสโอไมครอน

ไวรัสโอไมครอนมาจากภาษากรีกตัวที่ 15 ชื่อว่า Omicron ใช้สำหรับเป็นชื่อเรียกไวรัสสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดมาจากทวีปแอฟริกา มีการแพร่กระจายเชื้อและระบาดหนักในแถบประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศบอสวานา หลายประเทศมีการห้ามเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศแถบแอฟริกาแล้ว สิ่งที่รู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โอไมครอน ได้แก่

  • ได้รับรายงานการระบาดที่ประเทศแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564
  • มีการระบาดเป็นวงกว้างและมีการข้ามไปยังประเทศเบลเยี่ยมและเยอรมัน ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นไวรัสที่น่ากังวล
  • ระยะฟักตัวไม่แน่นอน และไม่สามารถตรวจหาเชื้อผ่านชุดตรวจ ATK ได้จึงยากต่อการคัดกรอง
  • WHO กำลังเร่งหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้ เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอในการเตรียมรับมือกับไวรัส
  • พบการกลายพันธุ์มากถึง 50 จุดบนตัวไวรัส เป็นการยากที่จะป้องกัน
  • โอกาสในการติดเชื้อสูงและผู้ป่วยมักจะไม่แสดงอาการเมื่อติดเชื้อ

การค้นพบไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มความวิตกให้กับมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบโดสหรือกำลังรอรับวัคซีนอยู่ เพราะเกรงว่าไวรัสอาจจะระบาดร้ายแรงจนเกินควบคุมในอนาคต

การป้องกันโควิดด้วยวัคซีน

การติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อของไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ข้อมูลที่หลายคนเฝ้าคอยคือข้อมูลการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อของไวรัสเอง เพื่อให้รู้วิธีการรับมือ โดยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับไวรัสโอไมครอนที่น่าสนใจมีดังนี้

อาการของผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยแสดงอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการเลย
  • ตรวจพบจากการตรวจในแล็ป
  • ชุดตรวจ ATK สามารถใช้ได้ แต่ควรตรวจเป็นประจำ เพราะมีโอกาสไม่พบในการตรวจครั้งแรก และควรตรวจหลังพ้นจาก 7 วันด้วย
  • หากมีอาการไข้อ่อน ๆ ก็มีโอกาสติดเชื้อโควิดโอไมครอนเช่นกัน

การป้องกันการติดเชื้อโอไมครอน

  • ล้างมือบ่อย ๆ ระหว่างวัน หากอยู่ข้างนอกควรพกเจลแอลกอฮอล์ไปด้วย
  • งดการสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะปาก จมูก และดวงตาที่อาจเป็นทางรับเชื้อได้
  • สวมหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ไม่ควรใช้หน้ากากซ้ำ หรือหน้ากากไร้คุณภาพ
  • ไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น เพราะการรับประทานอาหารอาจจะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนลมหายใจได้
  • งดการออกไปข้างนอกหากไม่จำเป็น
  • ฉีดวัคซีน mRNA ให้ครบโดส แม้จะป้องกันไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็ดีกว่าไม่ได้รับวัคซีนเลย

การป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่าเสมอ ประกันสุขภาพเองก็ช่วยในการป้องกันโควิดได้ เพราะหากมีอาการสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที สถานการณ์แบบนี้ควรมีวีธีรับมือเอาไว้ก่อนดีที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published.